ความรู้ผลิตภัณฑ์ บียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี
เติมสารอาหาร...เสริมความแข็งแรงกระดูก (BONE FOOD FOR BONE MATTER) บียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี (beyonde AlGAE Calcium-D) คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมรูปแบบผงชง เพื่อเติมสารอาหารให้กระดูกและฟันแข็งแรง ครั้งแรกกับนวัตกรรม “แคลเซียม โปร-แอบซอร์พชัน (Calcium PRO-ABSORPTION)” ผสานแคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง ชิโครี่ไฟเบอร์ และ วิตามินดี3 ชงดื่มง่าย รสอร่อยด้วยผงน้ำส้ม ไม่แต่งกลิ่นรสและสีสังเคราะห์ ไม่ใช้วัตถุกันเสีย
นวัตกรรม “แคลเซียม โปร-แอบซอร์พชัน (Calcium PRO-ABSORPTION)” คืออะไร ผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมทั่วไป เน้นส่วนผสมของแคลเซียมจากหินปูน แต่ บียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี แตกต่างด้วย แคลเซียมจากพืชคือสาหร่ายทะเลสีแดง และยังมีนวัตกรรม “แคลเซียม โปร-แอบซอร์พชัน” ซึ่งเป็น เทคโนโลยีการผสานสารอาหาร คือ แคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง ชิโครี่ไฟเบอร์ และ วิตามินดี3 เพื่อปรับสภาพทางเดินอาหารให้ดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น โดยให้ผลลัพธ์
(1) ช่วยเสริมการดูดซึมแคลเซียมกลับเข้าสู่ร่างกายนานตลอด 24 ชั่วโมง
(2) เพิ่มการดูดซึมแคลเซียมมากขึ้นเป็น 123%
(3) ส่งเสริมจุลินทรีย์สุขภาพ ปรับสภาพทางเดินอาหาร จึงช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารมื้ออื่นๆ ด้วย ส่วนประกอบหลัก และประโยชน์ ใน 1 แพ็ค บรรจุ 15 ซอง
โดย 1 ซอง บรรจุปริมาณ 15 กรัม ประกอบด้วย
1. แคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง 850 มิลลิกรัม: แคลเซียมธรรมชาติที่ได้จากพืช วัตถุดิบนำเข้าจากแบรนด์ อะความิน (Aquamin) แหล่งผลิตจากประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) ให้ปริมาณ ไบโอแอคทีฟ แคลเซียม 250 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นรูปแบบแคลเซียมที่ดูดซึมง่ายในร่างกาย มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง พร้อมแมกนีเซียม ช่วยการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ลดอาการตะคริว และแร่ธาตุอื่นๆ อีก 72 ชนิด ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของแคลเซียมและแมกนีเซียม และมีส่วนช่วยสร้างสมดุลแร่ธาตุในร่างกาย เช่น ซิลิคอน ช่วยเพิ่มความหนาแน่นกระดูก เสริมสร้างคอลลาเจนที่กล้ามเนื้อกับกระดูก, แมงกานีส ช่วยในการเชื่อมข้อต่อของร่างกาย มีส่วนร่วมในการทำงานของเอนไซม์ในร่างกาย, ฟลูออไรด์ ช่วยทำให้กระดูกและเคลือบฟันแข็งแรง ป้องกันฟันผุ, ทองแดง ช่วยในกระบวนการสร้างกระดูก, สังกะสี และ เหล็ก ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย เป็นต้น จากการคัดสรรสาหร่ายทะเลสีแดง ชื่อว่า Lithothamnion calcareum (ลิโธแธมเนียน แคลคาเรียม) ซึ่งเติบโตตามธรรมชาติในทะเลเขตประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) บริเวณที่กระแสน้ำเย็นจากอาร์กติกและกระแสน้ำอุ่นจากมหาสมุทรแอตแลนติกมาบรรจบกัน และเป็นบริเวณที่น้ำทะเลมีความบริสุทธิ์สูง จึงเหมาะแก่การเจริญเติบโตของสาหร่ายทะเลสีแดงมากที่สุด ทำให้ได้แคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดงที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งผ่านการเก็บเกี่ยวแบบยั่งยืน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานระดับโลก เพราะคัดสรรเฉพาะสาหร่ายที่จบวงจรชีวิตแล้ว โดยไม่รบกวนสาหร่ายที่อยู่ในช่วงการเจริญเติบโตและสืบพันธุ์ แคลเซียมจากพืชเป็นทางเลือกใหม่ ทดแทนข้อด้อยของแคลเซียมจากหินปูน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง ซึ่งมีรูปผลึกโครงสร้างที่คล้ายเซลล์พืช ทำให้มีพื้นที่ผิวมากกว่าผลึกแคลเซียมทั่วไปที่สกัดได้จากหินปูนถึง 10 เท่า จึงสามารถ ละลายและดูดซึมนำไปใช้ได้ง่ายกว่า และไม่ทำให้เกิดอาการท้องผูก เหมือนแคลเซียมทั่วไปที่มาจากหินปูน ยืนยันด้วยบทพิสูจน์งานวิจัยของแคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง
- ช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุน
- ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะอักเสบข้อต่อ
- ลดอาการปวดของกระดูกและข้อต่อในผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อม
- ช่วยลดอาการสูญเสียแคลเซียมในกระดูกของผู้หญิง
วัยหลังหมดประจำเดือน เมื่อดื่มร่วมกับใยอาหารชนิดละลายน้ำ
- เพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุให้เซลล์กระดูก
- ช่วยป้องกันการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูกขณะออกกำลังกาย
การันตีด้วยรางวัลสุดยอดสารอาหารแห่งปี 2016 สาขา Healthy Ageing จากงาน NutraIngredients Awards 2016 ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นงานประกวดนวัตกรรมและวิจัยด้านอาหารเพื่อสุขภาพ สารอาหาร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และได้รับมาตรฐานรับรองทั่วโลก ได้แก่
- มาตรฐานการผลิต ISO9001:2008, HACCP และ BRC
- มาตรฐานสารอาหารที่มีความปลอดภัยจากอเมริกา
(US FDA-notified GRAS, Generally Recognized As Safe status)
- มาตรฐานสารอาหารไม่ถูกดัดแปลงทางพันธุกรรม
(Non-GMO: Non-genetically modified)
- มาตรฐานสารอาหารออร์แกนิคจากยุโรป
(Certified for use in organic food systems EU)
- มาตรฐานโคเชอร์ รับรองว่า ชาวยิวสามารถรับประทานได้ (Kosher)
- มาตรฐานฮาลาล รับรองว่า ชาวมุสลิมสามารถรับประทานได้ (Halal)
2. ชิโครี่ไฟเบอร์ 8 กรัม: แหล่งใยอาหารธรรมชาติจากประเทศเบลเยี่ยม ได้รับการจดสิทธิบัตรถึง 17 ประเทศ สกัดจากส่วนหัวที่อยู่ใต้ดิน ให้ อินูลิน และ ฟรุคโตโอลิโกฟรุคโตส ซึ่งเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ ช่วยปรับสภาพทางเดินอาหาร เพื่อเสริมการดูดซึมแคลเซียมกลับสู่ร่างกายได้มากขึ้นและนานขึ้น ซึ่งโดยปกติแคลเซียมจะถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็ก และดูดซึมน้อยมากที่ลำไส้ใหญ่ เนื่องจาก pH ที่ไม่เหมาะสม ทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ซึ่ง ชิโครี่ไฟเบอร์ จะช่วยปรับสภาพลำไส้ใหญ่ ให้ดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้นทั้งในลำไส้ใหญ่ส่วนต้นและส่วนปลาย บียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี จึงช่วยเสริมการดูดซึมแคลเซียมกลับเข้าสู่ร่างกายนานตลอด 24 ชั่วโมง และเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมมากขึ้นเป็น 123% นอกจากนี้ชิโครี่ไฟเบอร์ยังเป็นพรีไบโอติก คือ เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ใหญ่ จึงช่วยเพิ่มจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ใหญ่ซึ่งช่วยปรับสภาพทางเดินอาหาร ทำให้การดูดซึมแคลเซียมจากอาหารมื้ออื่นๆ เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งยังปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น ลดอาการท้องผูกได้อีกด้วย
3.วิตามินดี3 100 หน่วยสากล: รูปแบบที่สามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ดี โดยวิตามินดี3 เป็นวิตามินจำเป็นที่ช่วยส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียมเพื่อสร้างกระดูก รักษาสมดุลแคลเซียมในกระดูก จึงป้องกันภาวะกระดูกพรุนจากการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูก และยังส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อด้วย
4. ผงน้ำส้ม 300 มิลลิกรัม: จากส้มสายพันธุ์ Sweet orange ในทวีปอเมริกาใต้ เพิ่มรสส้ม อร่อย และดื่มง่าย
5. เบต้าแคโรทีน 1 มิลลิกรัม: สีส้มที่พบในธรรมชาติ ไม่เพียงให้สีสันน่าดื่มยิ่งขึ้น แต่เบต้าแคโรทีน ยังให้วิตามินเอ 555 หน่วยสากล มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาอีกด้วย ผลลัพธ์การรับประทาน บียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี การวิจัยโดยบริษัทอินเทจ ประเทศไทย ทดสอบในอาสาสมัครสุขภาพดีเพศหญิงและชาย อายุ 30-70 ปี จำนวน 58 คน รับประทานผลิตภัณฑ์ วันละ 2 ซอง ต่อเนื่องเป็นเวลา 12 สัปดาห์ พบว่า
- สุขภาพโดยรวมดีขึ้น 97%
- กระดูกและข้อต่อแข็งแรงเพิ่มขึ้น 97%
- การเคลื่อนไหวสะดวก คล่องตัวมากขึ้น 95%
- อาการปวดตามข้อ ปวดกระดูกลดลง 93%
- ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น 93%
- ขับถ่ายเป็นเวลามากขึ้น 84%
คำแนะนำวิธีรับประทาน บียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี ละลายผลิตภัณฑ์ 1 ซอง (15 กรัม) ในน้ำธรรมดาหรือน้ำเย็น 120 มิลลิลิตร หรือน้ำครึ่งแก้ว โดยสามารถเพิ่มหรือลดปริมาณน้ำที่ผสม เพื่อปรับความเข้มข้นของรสชาติได้ตามชอบ และควรดื่มทันทีหลังจากชงแล้ว เหมาะสำหรับ เพื่อเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
- ผู้ที่ต้องการเสริมแคลเซียมให้กับร่างกาย
- ผู้ที่มีปัญหาเมื่อกินแคลเซียมชนิดอื่น เช่น ท้องผูก 1ซอง/วัน เช้าหรือเย็น ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ เพื่อฟื้นฟูความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
- ผู้ที่ได้รับแคลเซียมต่อวันไม่พอ
- ผู้ที่ไม่สามารถดื่มนมและผลิตภัณฑ์จากนม
- ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงกระดูกบางหรือกระดูกพรุน
- ผู้ที่มีปัญหาเรื่องกระดูกและข้อ 2 ซอง/วัน โดยแบ่งเป็น เช้า 1 ซอง และเย็น 1 ซอง ก่อนหรือหลังอาหารก็ได้
เนื่องจากผลิตภัณฑ์ บียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี เป็นผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมให้กับร่างกาย จึงสามารถรับประทานได้ทุกวัน แนะนำรับประทานวันละ 1-2 ซอง เพื่อเสริมแคลเซียมร่วมกับการกินอาหารที่มีประโยชน์ โดยสามารถรับประทานแคลเซียมชนิดผงชงได้ถึงวันละ 4 ซองเพื่อให้ได้แคลเซียมวันละ 1000 มิลลิกรัม แต่อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าการพึ่งพาแคลเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้เด็กสามารถเริ่มรับประทานได้ตั้งแต่อายุ 4 ปีขึ้นไป โดยมีคำแนะนำดังนี้
- อายุ 4-10 ปี รับประทานไม่เกินวันละ 1 ซอง
- อายุ 10 ปีขึ้นไป วันละ 1-2 ซอง ในกรณีที่รับประทาน 2 ซองขึ้นไป แนะนำให้แบ่งมื้อรับประทานครั้งละ 1 ซอง เพื่อการดูดซึมแคลเซียมที่มีประสิทธิภาพ
สรุป จุดเด่นของบียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี
• ครั้งแรกกับเทคโนโลยี “CALCIUM PRO-ABSORPTION” การผสานสารอาหารเพื่อปรับสภาพทางเดินอาหารเพื่อเสริมการดูดซึมแคลเซียมนานตลอด 24 ชั่วโมง และเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมมากขึ้นเป็น 123%
• แคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง ให้ ไบโอแอคทีฟ แคลเซียม แมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ 72 ชนิด รูปแบบดูดซึมง่าย ไม่ทำให้ท้องผูก ผสานด้วยชิโครี่ไฟเบอร์ และวิตามินดี3 เพื่อเสริมการดูดซึมแคลเซียม
• ช่วยสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง พร้อมปรับสมดุลลำไส้ใหญ่ด้วยชิโครี่ไฟเบอร์ เพื่อระบบขับถ่ายที่ดีขึ้น · รูปแบบผงพร้อมชง ดื่มง่าย อร่อยด้วยรสส้มจากผงน้ำส้ม ไม่แต่งกลิ่นรส สีสังเคราะห์ และวัตถุกันเสีย เอกสารเพื่อการอบรมภายในเท่านั้น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถป้องกันหรือรักษาโรคได้
บียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมรูปแบบผงชง เพื่อเติมสารอาหารให้กระดูกและฟันแข็งแรง โดย 1 ถุง มี15 ซอง และ1 ซอง ปริมาณ 15 กรัม ประกอบด้วยแคลเซียมจากพืชคือสาหร่ายทะเลสีแดง 850 มิลลิกรัม ให้แคลเซียม 250 มิลลิกรัม พร้อมผสานชิโครี่ไฟเบอร์ 8 กรัม, วิตามินดี3 ปริมาณ 100 หน่วยสากล และ เบต้าแคโรทีน 1 มิลลิกรัม ให้ปริมาณวิตามินเอ 555 หน่วยสากล ชงดื่มง่าย ไม่แต่งกลิ่นรสและสีสังเคราะห์ แต่อร่อยด้วยผงน้ำส้มธรรมชาติ และ สีส้มจากเบต้าแคโรทีน ไม่ใช้วัตถุกันเสีย
ครั้งแรกกับนวัตกรรม “แคลเซียม โปร-แอบซอร์พชัน” ไม่ใช่แค่เสริมแคลเซียมแต่เป็น เทคโนโลยีการผสานสารอาหาร คือ แคลเซียมจากพืชคือสาหร่ายทะเลสีแดง ชิโครี่ไฟเบอร์ และ วิตามินดี 3
ทางเลือกใหม่ “แคลเซียมจากพืช”หนึ่งในส่วนประกอบสำคัญใน บียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี คือ แคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง สายพันธุ์เฉพาะ หนึ่งเดียวในโลก ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากแคลเซียมจากหินปูนทั่วไป เพราะเซลล์ของสาหร่ายค่อยๆสะสมแร่ธาตุจากท้องทะเลจึงให้แคลเซียม ในรูปแบบ ไบโอแอคทีฟ แคลเซียมและให้แร่ธาตุต่างๆ กว่า 72 ชนิดด้วย
แคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง ชื่อว่า Lithothamnion calcareum (ลิโธแธมเนียน แคลคาเรียม) แคลเซียมธรรมชาติที่ได้จากพืช ที่เติบโตตามธรรมชาติใต้ท้องทะเลประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) นำมาผลิตเป็นวัตถุดิบแบรนด์ อะความิน (Aquamin) แหล่งผลิตจากประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) ให้ปริมาณ ไบโอแอคทีฟ แคลเซียม 250 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นรูปแบบแคลเซียมที่ดูดซึมง่ายในร่างกาย ดีกว่าแคลเซียมคาร์บอเนต จากหินปูนทั่วไป พร้อมแมกนีเซียม และแร่ธาตุอื่นๆ อีก 72 ชนิด ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
แม้ว่าจะมีลักษณะแข็งคล้ายปะการังที่เป็นสัตว์ แต่สาหร่ายทะเลสีแดง สายพันธุ์ Lithothamnion calcareum จัดเป็นพืชใต้ท้องทะเลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ จะค่อยๆสะสมแร่ธาตุสำคัญจากท้องทะเลไว้ในตัวเองจนมีลักษณะแข็ง แคลเซียมที่สะสมในเซลล์จึงมีึรูปผลึกที่คล้ายเซลล์พืช มีพื้นที่ผิวมากกว่า (มีความพรุนละเอียดกว่า)ทำให้ละลายง่ายกว่าแคลเซียมจากหินปูนทั่วไป และยังให้แร่ธาตุอีกกว่า 72 ชนิด
จากการคัดสรรสาหร่ายทะเลสีแดง ซึ่งเติบโตตามธรรมชาติในทะเลเขตประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) บริเวณที่กระแสน้ำเย็นจากอาร์กติกและกระแสน้ำอุ่นจากมหาสมุทรแอตแลนติกมาบรรจบกัน และเป็นบริเวณที่น้ำทะเลมีความบริสุทธิ์สูง สะอาด ปราศจากมลพิษ ระบบนิเวศสมบูรณ์ จึงเหมาะแก่การเจริญเติบโตของสาหร่ายทะเลสีแดงมากที่สุด ทำให้ได้แคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดงที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งผ่านการเก็บเกี่ยวแบบยั่งยืน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานระดับโลก

พืชหรือหิน ? แคลเซียมจากพืชเป็นทางเลือกใหม่ ทดแทนข้อด้อยของแคลเซียมจากหินปูน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง สายพันธุ์ Lithothamnion calcareum พืชใต้ท้องทะเลที่ค่อยๆสะสมแร่ธาตุจากท้องทะเลไว้ในตัวเองจนมีลักษณะแข็ง จึงให้แคลเซียมซึ่งมีรูปผลึกโครงสร้างที่คล้ายเซลล์พืช เป็น ไบโอแอคทีฟแคลเซียม มีพื้นที่ผิวสัมผัส(ความพรุนละเอียด)มากกว่าผลึกแคลเซียมทั่วไปที่สกัดได้จากหินปูนถึง 10 เท่า จึงสามารถละลายและดูดซึมนำไปใช้ได้ง่ายกว่า และไม่ทำให้เกิดอาการท้องผูก เหมือนแคลเซียมทั่วไปที่มาจากหินปูน ซึ่งมีพื้นที่สัมผัสน้อย ดูดซึมยาก
ชมการละลายที่ง่ายและรวดเร็ว คลิ๊ก https://www.youtube.com/watch?v=Ekbn8vVBelE
หนึ่งส่วนประกอบที่สำคัญใน บียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี คือ ชิโครี่ไฟเบอร์ แหล่งใยอาหารธรรมชาติจากประเทศเบลเยี่ยม ได้รับการจดสิทธิบัตรถึง 17 ประเทศ ให้ใยอาหารที่ละลายน้ำถึง 2 ชนิด คือ อินูลิน และ ฟรุคโตโอลิโกฟรุคโตส จึงส่งเสริมจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ได้อย่างครอบคลุมยิ่งกว่า
วิตามินดี3 รูปแบบวิตามินดีที่สามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้ดี ช่วยส่งเสริมการดูดซึมแคลเซียมเพื่อสร้างกระดูก รักษาสมดุลแคลเซียมในกระดูก ป้องกันภาวะกระดูกพรุน และส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ
บียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี เป็นแคลเซียมเสริมในรูปแบบผงชง ดื่มง่าย รสอร่อยด้วยผงน้ำส้ม สายพันธุ์ Sweet orange ในทวีปอเมริกาใต้ เพิ่มรสส้ม อร่อย และดื่มง่าย ผสาน เบต้าแคโรทีน สารสีส้มธรรมชาติ ไม่เพียงให้สีสันน่าดื่มยิ่งขึ้น แต่เบต้าแคโรทีน ยังให้วิตามินเอ มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาอีกด้วย บียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี ใช้สารจากธรรมชาติ ไม่แต่งกลิ่นรสและสีสังเคราะห์ ไม่ใช้วัตถุกันเสีย
ผลลัพธ์การรับประทาน บียอนด์ แอลจี้ แคลเซียม-ดี
การวิจัยโดยบริษัทอินเทจ ประเทศไทย ทดสอบในอาสาสมัครสุขภาพดีเพศหญิงและชาย อายุ 30-70 ปี จำนวน 58 คน รับประทานผลิตภัณฑ์ วันละ 2 ซอง ต่อเนื่องเป็นเวลา 12 สัปดาห์ จากการตอบแบบสอบถามพบว่าส่งเสริมสุขภาพโดยรวม สุขภาพกระดูกและข้อ รวมทั้งระบบขับถ่ายที่ดีขึ้น
แคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนทุกเพศทุกวัย แต่คนทั่วไปอาจไม่นิยมแคลเซียมแบบเม็ดเนื่องจากมีเม็ดใหญ่ กินยาก และอาจส่งผลข้างเคียงท้องผูก การพัฒนาแคลเซียมในรูปแบบผงชง ที่มีรสอร่อยจึงเป็นทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพกระดูก
แคลเซียม และ นวัตกรรม Calcium Pro-Absorption
วัยเปลี่ยน..กระดูกเปลี่ยน : ในแต่ละวัย กระดูกจะมีการพัฒนาที่
ต่างกันไป แต่ต้องใช้แคลเซียมในทุกวัย โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก ซึ่ง
เป็นช่วง “วัยสร้างกระดูก (Bone Building)” ในช่วงนี้กระดูกจะมีการ
เติบโต ทำให้ความสูงเพิ่มขึ้น จนถึงอายุประมาณ 20 ปี ตามมาด้วย
“วัยเสริมความแข็งแรงกระดูก (Bone Maximizing)” ในช่วงอายุ 20-30
ปีซึ่งเป็นช่วงที่มวลกระดูกหนาแน่นมากที่สุด หลังจากนั้นจะเข้าสู่ช่วง
“วัยออมความแข็งแรงกระดูก (Bone Saving)” กระดูกจะเริ่มสลาย
มากกว่าสร้าง ทำให้เนื้อกระดูกลดลงอย่างช้า ๆ ประมาณปีละ 0.5-1% และช่วงสุดท้าย “วัยถนอมกระดูก (Bone Preserving)” กระดูกจะสลายเร็วขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนที่ลดลง โดยเฉพาะในหญิงวัยหมดประจำเดือน การลดลงของมวลกระดูกจะเพิ่มขึ้นเป็น 3-5% ต่อปี หลังจากนั้นจะลดลงช้า ๆ ไปตลอดชีวิต ดังนั้นถ้ากระดูกไม่ได้รับสารอาหาร
สม่ำเสมอตั้งแต่แรก ความหนาแน่นของมวลกระดูกก็จะลดลงมาก จึงเป็นสาเหตุของ “กระดูกพรุน”



กระดูกพรุน: ถูกขนานนามว่าเป็น “The Silent Disease โรคแห่งความเงียบ” เพราะเป็นความเสื่อมที่ไม่แสดงอาการให้เห็น จะทราบก็เมื่อกระดูกแตกยุบ ความสูงลด กระดูกผิดรูปไปแล้ว อาจส่งผลบาดเจ็บ ถึงพิการหรือเสียชีวิตได้จัดเป็นโรคร้ายแรง 1 ใน 10 ที่คร่าชีวิตคนไทยอีกด้วย พบว่า 30% ของผู้หญิงไทยหลังหมดประจำเดือน และ 20% ของชายไทยอายุ 50 ปีขึ้นไปมีภาวะกระดูกพรุน
แคลเซียมจากพืชเป็นทางเลือกใหม่ ทดแทนข้อด้อยของแคลเซียมจากหินปูนด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแคลเซียมจากสาหร่ายทะเลสีแดง ซึ่งมีรูปผลึกแคลเซียมที่คล้ายเซลล์พืช ทำให้มีพื้นที่ผิวมากกว่าผลึกแคลเซียมทั่วไปที่สกัดได้จากหินปูนถึง 10 เท่า จึงสามารถ ละลายและดูดซึมนำไปใช้ได้ง่ายกว่า และไม่ทำให้เกิดอาการท้องผูก เหมือนแคลเซียมทั่วไปที่มาจากหินปูน



ชิโครี่ไฟเบอร์: แหล่งใยอาหารธรรมชาติจากประเทศเบลเยี่ยม ได้รับการจดสิทธิบัตรถึง 17 ประเทศ สกัดจากส่วนรากที่อยู่ใต้ดิน ให้อินูลิน และ ฟรุคโตโอลิโกฟรุคโตส ซึ่งเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้และยังเป็น พรีไบโอติก คือ เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ใหญ่ จึงช่วยเพิ่มจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ใหญ่ ซึ่งจุลินทรีย์จะสร้างสารที่มีประโยชน์ เช่น กรดไขมันสายสั้น จึงช่วยปรับสภาพลำไส้ใหญ่เป็นกรดอ่อน ๆ ทำให้ลำไส้ใหญ่สามารถดูดซึมแคลเซียมได้เพิ่มขึ้น ซึ่งโดยปกติแคลเซียมจะถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็กโดยอาศัยวิตามินดีช่วยเพิ่มการดูดซึม แต่แคลเซียมจะถูกดูดซึมน้อยมากที่ลำไส้ใหญ่ ซึ่ง ชิโครี่ไฟเบอร์ จะช่วยปรับสภาพลำไส้ใหญ่ ให้ดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้นทั้งในลำไส้ใหญ่ส่วนต้นและส่วนปลายผลิตภัณฑ์แคลเซียมผงชงจากสาหร่ายทะเลสีแดง จึงช่วยเสริมการดูดซึมแคลเซียมกลับสู่ร่างกายได้นานตลอด 24 ชั่วโมงและมากขึ้นเป็น 123% รวมถึงช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมจากอาหารมื้ออื่น ๆ เพิ่มขึ้น ทั้งยังปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้ดีขึ้นลดอาการท้องผูกได้อีกด้วย